.# We're Thai Directioners !! ....Love is like the war.Easy to begin but Hard to end...

- Malik Story: Make Up Love(ตอนที่1)

posted on 07 Apr 2012 23:52 by onedirection-th in Directioners
 
 
คุณ...คือหนึ่งเดียวที่เข้ามาเติมแต่งชีวิตเขาให้สมบูรณ์
คุณ...คือหนีงเดียวที่เข้ามาแต่งเติมโลกของเขาให้สวยงามกว่าที่เป็นอยู่
"Malik Story : Make Up Love"
 
 
 
 
ตอนที่ 1
 
 
... ชีวิตไม่เคยไม่อะไรแน่นอน คุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โชคชะตามักทำให้ประหลาดใจอยู่เสมอเช่นกัน คำถามมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัว มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมต้องเป็นคุณและมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปหรือไม่ คุณเพียรหาคำตอบเท่าที่เด็กสาวจากไทยแลนด์แดนแห่งรอยยิ้มจะทำได้ จนกระทั่งวันหนี่ง เค้าคนนั้นก็ทำให้คุณรู้สึกว่า..บางทีคำตอบก็ไม่จำเป็นเสมอไป..
 
 
        หลังจากเคท เพื่อนสาวคนสนิทของคุณได้บอกให้คุณลองไปฝึกงานเป็นเพื่อนเธอในฝ่ายเมคอัพและคอสตูมของทีมงานOne Direction ทันทีที่ไดัรับการชักชวน คุณพยายามบ่ายเบี่ยง สีหน้าไม่สู้ดีนัก แสดงความกังวลปนลังเลอย่างเห็นได้ชัด
 
        "เชื่อฉันเถอะน่า..เธอเองก็จะได้ประสบการณ์ด้วยไง" น้ำเสียงของเคทยังคงพยายามอ้อนวอนคุณอยู่ ขณะที่คุณกำลังง่วนกับการจัดเรียงชุดให้นักแสดงในห้องแต่งตัวของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในลอนดอน ก่อนเงยหน้าตอบ
        "คือฉันยัง..เอ่อ..คือ ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือของตัวเองซักเท่าไหร่" คุณหลบสายตาลงต่ำกลอกไปมา
 
        "อืม..ก็ไม่รู้สิ" เคทเอามือกอดอก พิงกำแพง "บางทีถ้าเธอตกลง..ค่าเรียนทั้งเทอมที่วิทยาลัย..." คุณสะดุดกับคำพูดของเธอ ตาลุกวาวหันมามองใบหน้าเจ้าของเสียง เคทยิ้มทำหน้าทะเล้นใส่ เธอโชคดีที่น้าสาวทำงานอยู่ที่ค่ายเพลงที่วงบอยแบนด์สุดฮอตนี้สังกัดอยู่ ด้วยความใฝ่ฝันว่าอยากทำงานด้านนี้ ติดที่ยังกล้าๆกลัวๆ เคทจึงพยายามคะยั้นคะยอคุณให้เออออด้วย
 
         "เอ่อ..ว่าแต่ต้องทำอะไรยังไงบ้าง" คุณตอบกลับน้ำเสียงเขินอาย เคทกระโดดดีใจ พุ่งตัวเข้ามากอดคุณ คุณหัวเราะ ในใจพลางคิดถึงงานใหม่ที่ต้องเจอในอาทิตย์ข้างหน้านี้
 
 
วันนั้นก็มาถึง
         เคทไม่รอช้าพาคุณไปพบน้าสาว คริสตินพูดคุยแนะนำด้วยความเป็นมิตร คุณรู้สึกผ่อนคลายและลดความประหม่าลง คริสตินพาคุณและเคทไปดูห้องต่างๆ อธิบายงานคร่าวๆ เธอแจ้งให้คุณทราบว่าเย็นนี้หนุ่มๆมีสัมภาษณ์เล็กๆให้กับสกู๊ปรายการทีวีช่องหนึ่ง คุณมีหน้าที่จัดการดูแลชุด ส่วนเคทเธอสนใจเป็นผู้ประสานงาน คุณมองหน้าเคทด้วยสีหน้ากังวล เคทกุมมือคุณแน่น
         "ไม่เอาน่า..ฉันไม่ได้ไปไหนไกลซักหน่อย" เคทยิ้ม คุณได้แต่พยักหน้ารับ
 
          เวลาประมาณบ่ายสาม ทีมงานแจ้งให้คุณนำชุดที่หนุ่มๆจะต้องใส่วันนี้ไปให้ที่ห้องแต่งตัวของแต่ละคน คุณเดินตรงไปที่ห้องรวมขนาดใหญ่ ก่อนหยิบชุดที่อยู่ในซองสูทที่ติดชื่อไว้มาทั้งหมดห้าชุด คุณตัดสินใจนำไปทั้งหมดในรอบเดียว คุณกอดไว้กับอกเดินออกจากห้อง
          ห้องแต่งตัวของหนุ่มๆแต่ละคนจะอยู่สลับซ้ายขวา คุณเดินไปเรื่อยๆตามทาง สายตาอ่านป้ายชื่อที่หน้าห้อง
          "Harry Styles... หรอ..อืมม อ้อ ชุดนี้" คุณพูดกับตัวเองพร้อมหยิบชุดออกมาด้วยความทุลักทุเล ก่อนเคาะประตูห้อง ช่างแต่งหน้าคนหนึ่ง เธอเปิดประตูมารับก่อนกล่าวขอบคุณ คุณเห็นแฮรรี่กำลังดีดนิ้วฮัมเพลงอยู่หน้ากระจก แฮรรี่หันมาทักทายคุณ คุณยิ้มตอบก่อนปืดประตู
 
           "คนต่อไป..เอ.. Liam Payne ห้องไหนนะ..อ่า เจอแล้ว!" คุณเคาะประตูหยิบชุดสูทออกมา เลียมมาเปิดประตูด้วยตัวเอง "อ้อ..ขอบคุณครับ" คุณแอบมองเข้าไปในห้องแต่งตัว ทำหน้าสงสัย เลียมหัวเราะ "พอดีช่างแต่งหน้าไปเข้าห้องน้ำครับ.." เลียมพูดน้ำเสียงสุภาพ คุณยิ้มตอบก่อนขอตัวไปส่งชุดต่อ
 
           "Niall Horan..Niall Niall.. ห้องนี้!" ช่างแต่งหน้าเปิดประตูให้คุณเข้ามาแขวนสูท ขณะที่ช่างทำผมกำลังทำผมให้ไนออลอยู่ คุณสังเกตเห็นขนมมากมายวางอยู่หน้ากระจก พลางนึกในใจถึงกิตติศัพท์ไนออลจอมเขมือบ คุณแอบหัวเราะ ก่อนปิดประตูเดินออกมา
 
           "อีกสองคน อืมม.." คุณพูดกับตัวเอง ก่อนได้ยินเสียงหัวเราะดังจากห้องๆหนึ่ง ป้ายหน้าห้องติดว่า Louis Tomlinson คุณเคาะประตูเข้าไป พบลูอิส ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า และเพื่อนนักดนตรีสองสามคน พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน คุณยิ้มทักทายก่อนเอื้อมชุดให้ช่างแต่งหน้าของลูอิส
            คุณเดินต่อจนถึงห้องสุดท้าย
 
           "คนสุดท้าย.. ห้องนี้ไง Zayn Malik..." ก็อกๆๆ คุณเคาะประตู ไร้เสียงตอบรับ ห้องนี้ดูเงียบชอบกล คุณรอพักหนึ่งก่อนเคาะประตูอีกครั้ง ยังไม่มีใครเปิดให้ คุณถือวิสาสะเปิดเข้าไปเอง...
 
 
            ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คุณหายสงสัย ไม่มีใครอยู่ในห้องนั่นเอง คุณบรรจงวางชุดสูทของเซนไว้บนโต๊ะ ก่อนนั่งลงพักที่เก้่าอี้ เสียงวิทยุสื่อสารที่คุณเหน็บไว้ข้างเอวดังขึ้น...
             "เธอโอเคไหม?" ปลายสายส่งน้ำเสียงที่คุ้นเคย เคทนั่นเอง คุณตอบกลับให้เธอหายห่วง พลางก้มดูป้ายสตาฟที่แขวนคอไว้อยู่ คุณนั่งเอนตัวในท่าสบายๆ ก่อนพูดกับเงาตัวเองในกระจก
 
              "ฉันกำลังทำงานเบื้องหลังให้วงที่กำลังฮอตที่สุดในอังกฤษหรอเนี่ย? ฮ่าๆ แกเนี่ยนะ?"คุณชี้นิ้วไปหาเงาในกระจก พลางแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างสนุกสนาน โดยไม่ทันสังเกตว่าในกระจกเงา มีใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง
              เซนในสภาพผมเปียก มือขวากำลังใช้ผ้าขนหนูขยี้เช็ดผม เดินก้มมองพื้นเข้ามา ไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ในห้องเช่นกัน เซนเงยหน้าขึ้นมาประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้านั่งแลบลิ้นทำท่าตลกกับกระจกอยู่ในห้องแต่งตัวของเค้า เซนแอบหัวเราะคุณเบาๆ
 
             คุณสบตาเจ้าของดวงตาคู่นั้นในเงากระจก แสดงท่าทีตกใจหน้าแดง ภาพที่เห็นคือเซนใส่กางเกงวอร์มสีดำเพียงตัวเดียว
              "เอ่อ..ขอโทษค่ะ" คุณรีบลุกจากเก้าอี้ เซนยิ้มมุมปาก หัวเราะก่อนถาม
              "เมื่อกี๊คุณทำอะไรอยู่หน้ากระจกหรอ" เซนแกล้งถามถามปนหัวเราะ คุณแสดงอาการอายกว่าเดิมก่อนหัวเราะแก้เขิน เซนพูดต่อ
              "ขอโทษนะครับที่มาช้า" คุณทำหน้าสงสัย เซนพูดพลางเอาผ้าขนหนูเช็ดผม "พอดีทีมงานเพิ่งเดินมาบอกผมเมื่อซักครู่นี้เองครับ" คุณทำหน้าสงสัยกว่าเดิม เซนบอกคุณทำไม คุณได้แต่ยิ้มตอบตามมารยาท รู้สึกทำตัวไม่ถูกทีึ่อยู่ในห้องกับเค้าเพียงสองคน
 
              ทันใดนั้น เสียงวิทยุสื่อสารของคุณก็ดังขึ้น คุณหยิบมาฟังข้างหู "เฮ้..วันนี้เธอจะได้แสดงฝีมือละนะ" คุณทำหน้าประหลาดใจ ก่อนตั้งใจฟังต่อ "ช่างแต่งหน้าประจำตัวเซนไม่สบาย ฉันเลยเสนอชื่อเธอกับคริสติน นี่! รีบๆล่ะ งานจะเริ่มเย็นนี้นะ.." คุณเผลอทำหน้าเหวอ เซนเห็นจึงแอบหัวเราะ คุณรีบตั้งสติ หัวเราะแก้เขิน
 
              "ผมชื่อเซน ว่าแต่คุณ..ชื่ออะไรครับ.." คุณตอบชื่อไป เซนออกตามเสียงแปร่งๆ สำเนียงแปลกๆ จนคุณแอบขำ เซนถามไถ่เรื่องราวของคุณ จนทราบมาว่าอายุไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่เริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเอง
               คุณตัดสินใจหยิบเสื้อกล้ามสีขาวที่แขวนอยู่ยื่นให้เซนพร้อมท่าทางเคอะเขิน เพราะอยากเห็นเขาในสภาพใส่เสื้อมากกว่า เซนรับมาพร้อมยิ้มให้สายตาเจ้าเล่ห์ก่อนเดินไปนั่งที่เก้าอี้
 
               "คุณนี่ตลกดีจัง อยู่คนเดียวก็คุยกับตัวเองได้" เซนยังแซวคุณไม่เลิก คุณหัวเราะ
               "ชั้นก็แค่..เ่อ่อ.. ไม่รู้จะคุยกับใครดี.." คุณตอบๆไป แบบไม่มีเหตุผลอะไรในคำตอบนั้น เซนขำกว่าเดิม
               "ทำหน้าแบบนั้นให้ดูอีกทีซิ" คำพูดเซนเริ่มเป็นกันเองมากขึ้น คุณยิ้มส่ายหน้า ก่อนเดินไปเตรียมอุปกรณ์แต่งหน้า เซนมองตามคุณ สายตาไม่ละไปไหน คุณรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมองอยู่ คุณแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว
 
                คุณหยิบขวดครีมขึ้นมา ก่อนค่อยๆเกลี่ยบนใบหน้าของเซน คุณรู้สึกตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ๆหน้าเค้า พยายามไม่แสดงท่าทีเคอะเขินออก เพราะรู้ดีว่า เซนชอบแซวคุณในท่าทีเช่นนั้น
                ขณะที่คุณกำลังปัดแก้มให้เซนอยู่
                "ช่วยหลับตาด้วยค่ะ" เซนจ้องที่หน้าคุณ ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
                "เอ่อ..ช่วยหลับตาด้วยค่ะ"คุณย้ำอีกครั้ง แต่เซนไม่มีทีท่าจะหลับตาลงแต่อย่างใด สายตายังจับจ้องอยู่ที่คุณเหมือนเดิม


                 คุณละความพยายาม เตรียมเก็บแปรงปัด ทันใดนั้นเซนก็คว้ามือคุณข้างที่ถือแปรงอยู่ วางลงที่ใบหน้าของเค้า ก่อนหลับตาลงช้าๆพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงอยู่
 
 &