.# We're Thai Directioners !! ....Love is like the war.Easy to begin but Hard to end...

- Malik Story: Make Up Love(ตอนที่12)

posted on 16 May 2012 00:09 by onedirection-th in Directioners
คุณ...คือหนึ่งเดียวที่เข้ามาเติมแต่งชีวิตเขาให้สมบูรณ์
คุณ...คือหนีงเดียวที่เข้ามาแต่งเติมโลกของเขาให้สวยงามกว่าที่เป็นอยู่
"Malik Story : Make Up Love"

 

 ตอนที่ 12

                สายตาแบบนี้มักมีสิ่งให้แปลกใจตามมาอยู่เสมอ เซนเดินจูงมือคุณไปที่ริมน้ำพุประดับ แสงไฟกระทบกับน้ำแวววาวสวยงาม เซนมั่นใจว่าที่แห่งนี้คุณจะต้องชอบแน่ๆ คุณเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้เหลือเพียงรอยยิ้มบนใบหน้า ในใจพลางนึกว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังคิด และจะทำอะไร แววตาอบอุ่นและจริงใจคู่นั้นถูกส่งผ่านมาที่คุณ

                เซนล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบบางสิ่งขึ้นมา ดูท่าทางเซนจะควบคุมสติและอารมณ์ไม่ให้ประหม่าไว้ได้ ราวกับว่าเค้าฝึกซ้อมมาอย่างดิบดี เซนหายใจเข้าลึก ก่อนคว้ามือซ้ายคุณขึ้นมา

                เซนบรรจงสวมแหวนรูปลักษณ์กลมเกลี้ยงผ่านนิ้วนางของคุณช้าๆ ก่อนเงยหน้ามองคุณ

                “ผมให้คุณ...” เซนพูดน้ำเสียงจริงจัง คุณค่อยข้างตะลึงปนประหลาดใจ ลังเลกับบางสิ่ง

                “สวมมันไว้เถอะนะ..อย่างน้อยถ้าผมเห็นมัน ผมจะได้รู้ตัวอยู่เสมอว่าผมกำลังทำอะไรเพื่อใคร..ผมจะรอวันนั้นนะ” น้ำเสียงสุขุมลึกแสดงความจริงใจได้ชัดเจน เซนเอียงหน้าจุมพิตแก้มข้างขวาคุณอย่างแผ่วเบา ก่อนค่อยๆละใบหน้าออกมา สายลมอ่อนๆพัดเส้นผมคุณข้างแก้ม เซนใช้มือเกลี่ยออกช้าๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาของคุณ คุณเข้าใจความหมายของสิ่งที่เซนต้องการบอกดี คุณทั้งคู่สวมกอดกันแนบแน่น ความรู้สึกของทั้งสองไม่มีใครอธิบายได้นอกจากตัวคุณและเซน มาลิค ผู้ชายที่ทำทุกอย่างเพื่อคุณคนเดียว

 

 

                เซนเปิดเผยเรื่องราวระหว่างคุณและเค้ากับสาธารณะมากขึ้น เซนต้องการให้ทุกคนรู้ว่า คุณคือคนรักคนเดียวของเค้า  เหล่าแฟนคลับต่างเอาใจช่วยทั้งคู่ คุณได้มีโอกาสรู้จักกลุ่มแฟนคลับที่พวกเค้าเรียกตัวเองว่า”ไดเร็คชั่นเนอร์” พวกเค้าคอยสนับสนุนและติดตามข่าวอยู่เสมอ คุณกลายเป็นคนสาธารณะในเวลาไม่นาน และแน่นอนเซนไม่คิดจะสนใจหากใครจะแอนตี้หรือกลั่นแกล้งคุณในโลกออนไลน์ เค้ามองเป็นเรื่องไร้สาระและเลือกที่จะเพิกเฉย เซนยังคงเป็นคนรักที่ดี ให้เกียรติและซื่อสัตย์กับคุณอยู่ตลอดมา เค้าสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินคุณจนเกินเลยจนกว่าจะถึงวันที่ทั้งคู่พร้อมจะแต่งงานกัน

               คุณมั่นใจในตัวเองจากการเติบโตมาในสังคมแบบไทย คุณไม่ยินยอมให้อะไรเกิดขึ้นเกินเลยแน่นอน แต่คำสัญญาของเซน เค้าจะรอคุณจนถึงวันที่เราได้แต่งงานกันอย่างนั้นหรือ ดูเป็นคำพูดที่ไม่น่าจะหลุดจากปากแบดบอยวัย 19ปีอย่างเซน มาลิคเสียด้วยซ้ำ เวลาคงเป็นสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ทุกสิ่งได้ คุณเฝ้ารอวันนั้นพร้อมๆไปกับการเฝ้ามองเซนโลดแล่นในวงการบันเทิงในฐานะนักร้องกลุ่มยอดนิยม

 

                เวลาผ่านไปหลายปี คุณและเคทกลับมาทำงานที่ร้านอาหารไทยพร้อมๆกับเรียนที่วิทยาลัย เซนแวะมาหาคุณบ่อยที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ เค้าไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเป็นมาลิค..ขี้อ้อนและเอาแต่ใจเสมอเมื่ออยู่กับคุณ เซนแอบเซอร์ไพรซ์คุณ เค้าแอบไปรอที่วิทยาลัยโดยไม่บอกคุณล่วงหน้า หลังจากกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ต คุณและเซนไม่ได้เจอกันร่วม 2 สัปดาห์

 

 

ณ ห้องสมุดอันโออ่าของวิทยาลัย

                  คุณในฐานะนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย กำลังค้นหาหนังสือเพื่อทำโปรเจคสุดท้ายก่อนจบ คุณใช้เวลาพักหนึ่งกับการเดินหาเจ้าหนังสือตัวปัญหาผ่านชั้นวางแต่ละชั้น หนังสือตำราภาษาต่างประเทศมากมายถูกจัดเรียงไว้ดูขลังในห้องสมุดแห่งนี้ บรรยากาศรอบๆค่อยข้างเงียบ คุณพยายามเดินฝีเท้าเบา ในที่สุดคุณก็เจอหนังสือที่ต้องการ แต่ติดที่ว่าตำแหน่งที่วางของมันอยู่สูงเกินไป คุณพยายามเขย่งตัวสุดปลายเท้าเอื้อมมือพยายามหยิบ

                  ระหว่างคุณพยายามหยิบหนังสือเล่มนั้นอยู่นั้น ฝ่ามือผู้ชายคนหนึ่งได้เอื้อมหยิบมันให้คุณมาจากด้านหลัง คุณดีใจและอยากขอบคุณชายใจดีผู้นี้ คุณหันหลังกลับเพื่อจะกล่าวขอบคุณ แต่ทันทีที่รู้ว่าเจ้าของมือนั้นคือเซน ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คุณเผลอจะร้องทัก เซนรีบเอามือปิดปากคุณ

                   “ชู่วววว...” เซนยกนิ้วชี้ ส่งสัญญาณให้คุณเงียบ ก่อนค่อยๆเอามือออกจากปากคุณ

                  “ทายซิ..ใครกำลังจะเรียนจบเดือนหน้า..” เซนยิ้มแกล้งถาม คุณยิ้มเขินไม่พูดอะไร เซนหัวเราะในลำคอ

                 “ผมคิดถึงคุณมากนะ...รู้ไหม” เซนพูดน้ำเสียงนุ่มลึก ก่อนค่อยๆเอามือขวามาสัมผัสข้างแก้มคุณอย่างอ่อนโยน

                 “ชั้นก็คิดถึงคุณ..มาลิค” คุณตอบตามความรู้สึกของใจตัวเอง เซนยิ้มกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข

                  “หลังคุณเรียนจบ เราไปพักผ่อนที่ประเทศไทยกันนะ ผมจองตั๋วล่วงหน้าไว้แล้ว” เซนเซอร์ไพรซ์คุณอีกครั้ง คุณดีใจตาลุกวาว

                 “ผมพอจะรู้มาว่า การที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันกับใคร ในวัฒนธรรมของไทย เราต้องรู้จักและคุ้นเคยกับครอบครัวของคนรักก่อน” เซนยิ้มพูดเป็นนัย คุณยิ้มเขิน หน้าแดงระเรื่อ ถึงแม้ไม่ใช่คำพูดที่สื่อความหมายออกมาตรงๆ แต่ถึงเวลานี้กว่า 4 ปีแล้ว ที่เซนได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้จนกระทั่งถึงวันที่คุณใกล้เรียนจบ

 

 

                การได้กลับมาที่เมื